เป้ใส่หมวกกันน็อค: เลือกอย่างไรให้พกพาสะดวกและปกป้องหมวกใบโปรด
การพกพาหมวกกันน็อคติดตัวเมื่อลงจากรถมักเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสะดวกนัก เป้ใส่หมวกกันน็อคจึงเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ แต่เนื่องจากหมวกกันน็อคมีหลายทรงและกระเป๋าแต่ละรุ่นก็มีการออกแบบที่ต่างกัน การเลือกซื้อจึงควรพิจารณาจากรูปแบบการใช้งานเป็นหลัก เพื่อให้พกพาได้สะดวกและไม่ทำให้หมวกเป็นรอย
สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเป้ใส่หมวกกันน็อค มีดังนี้

รูปแบบการจัดเก็บหมวก (เก็บด้านใน vs รัดไว้ด้านนอก) เป้ใส่หมวกกันน็อคส่วนใหญ่จะแบ่งการจัดเก็บออกเป็น 2 ลักษณะหลัก ซึ่งมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน:
- แบบเก็บซ่อนไว้ด้านในกระเป๋า: มักเป็นเป้ที่สามารถขยายขนาด (Expandable) เพื่อใส่หมวกเข้าไปได้ทั้งใบ ข้อดีคือช่วยปกป้องหมวกจากฝุ่น แดด ฝน และการกระแทกได้ดีเยี่ยม แต่เมื่อใส่หมวกเข้าไปแล้ว พื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระอื่นๆ จะลดลงอย่างมาก
- แบบมีตาข่ายหรือสายรัดด้านนอก: กระเป๋าจะมีช่องตาข่ายหรือสายรัดซ่อนไว้สำหรับดึงออกมาครอบหมวกกันน็อคไว้ที่ด้านนอกของเป้ ข้อดีคือพื้นที่เก็บของด้านในกระเป๋ายังคงใช้งานได้เต็มที่ แต่หมวกจะเสี่ยงต่อการถูกขีดข่วนหรือเปียกฝนมากกว่า
ขนาดและรูปทรงของหมวกกันน็อค หมวกกันน็อคเต็มใบ (Full-face) หรือหมวกแบบยกคาง (Modular) จะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าหมวกแบบเปิดหน้า (Open-face) หากคุณใช้หมวกเต็มใบ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป้รุ่นนั้นระบุว่าสามารถรองรับหมวกเต็มใบได้จริง เพราะเป้บางรุ่นอาจออกแบบมาสำหรับหมวกขนาดเล็กหรือหมวกจักรยานเท่านั้น

วัสดุซับในและการปกป้องชิลด์หน้า ชิลด์หน้า (Visor) และสีของหมวกกันน็อคเป็นส่วนที่เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย หากเลือกเป้แบบที่เก็บหมวกไว้ด้านใน ควรสังเกตวัสดุซับในของช่องเก็บหมวกว่ามีความนุ่มเพียงพอหรือไม่ นอกจากนี้ หากต้องเดินทางในสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ ควรพิจารณาเป้ที่มีคุณสมบัติกันน้ำ หรือมีถุงคลุมกันฝน (Rain Cover) แถมมาให้ เพื่อป้องกันไม่ให้นวมด้านในหมวกกันน็อคเปียกชื้น
ความกระชับและรูปทรงเมื่อสะพายขับขี่ หากคุณต้องสะพายเป้ใบนี้ขณะขับขี่ด้วย ความกระชับคือเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ควรเลือกเป้ที่มีสายรัดหน้าอกและสายรัดเอว เพื่อป้องกันไม่ให้กระเป๋าแกว่งไปมาเมื่อใช้ความเร็วหรือเมื่อมีลมปะทะ ซึ่งจะช่วยลดความเหนื่อยล้าของช่วงไหล่และเพิ่มความปลอดภัยในการควบคุมรถได้มากขึ้น